เตือนหากถูก "ตัวคุ่น" หรือริ้นดำกัด ไม่ควรเกาเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือด
17 กุมภาพันธ์ 2569 : นายผดุง อายุ 69 ปี ที่ถูกตัวคุ่นหรือริ้นดำกัด หลังเจ้าตัวลงไปบริเวณสระน้ำหลังบ้าน แล้วถูกตัวคุ่นรุมกัดที่ใบหน้าและตามลำตัวหลายจุด จนนายผดุงเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดรอยม่วงช้ำ คล้ายปานขนาดใหญ่ ทั่วทั้งขาและใบหน้า
.
จนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นายผดุง เกิดอาการทรุดหนัก ญาติจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลวังเหนือแล้วถูกส่งรักษาตัวไปรักษาตัวต่อที่รพ.ลำปาง สุดท้ายนายผดุง ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
.
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปที่หมู่บ้านทุ่งเป้า ในเขตเทศบาลตำบลวังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง พบว่า มีชาวบ้านถูกตัวคุ่นกัดหลายราย บางรายที่ไม่เกิดอาการแพ้ จะเป็นแค่จุดหรือรอยแดง แต่หากเป็นคนที่แพ้จะมีอาการบวมแดง พอหายจะทิ้งร่องรอยสะเก็ดเอาไว้
.
ชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูจุดที่ตัวคุ่นอยู่ ซึ่งมันจะชอบอยู่ตามสวนหรือพุ่มไม้ที่มีความชื้น บ้านบางหลังถึงกับมีตัวคุ่นบินว่อนอยู่ที่ข้างบ้าน ที่เป็นแปลงผัก เมื่อคนเข้าไป ตัวคุ่นก็จะบินเข้ามากัดทันที
.
นายอำเภอวังเหนือ และ สาธารณสุขอำเภอวังเหนือ ได้ลงพื้นที่บ้านของนายผดุง ผู้เสียชีวิตและได้ทำการพ่นยา เพื่อกำจัดตัวคุ่น นายประจักษ์ บอกว่า จริงๆแล้วตัวคุ่นหรือริ้นดำ หากกัดคนจะไม่ทำให้ตายได้ แต่คนที่โดนกัดมักจะไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็มีอาการคันและบวม แต่บางคนที่มีอาการแพ้รุนแรง จะมีอาการบวมแดงเป็นปื้นขนาดใหญ่ บางรายถึงขั้นหายใจลำบาก
.
สำหรับเคสนี้ ตรวจสอบทราบว่า ผู้ตายถูกตัวคุ่นกัดหลายตัว และมีอาการแพ้อย่างรุนแรง ถือว่าเป็น 1 ใน 1,000 ที่เกิดอาการแพ้รุนแรงขนาดนี้ พร้อมแนะนำว่า ไม่ควรเกา เพราะหากแผลแตก จะทำให้เชื้อกระจาย และมีโอกาสที่จะติดเชื้อในกระแสเลือดสูง
.
ด้าน นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ บอกว่า ได้ติดตามสถานการณ์การระบาดของตัวคุ่นอยู่ ซึ่งตัวคุ่นจะไม่เหมือนยุงลายที่ระบาดเป็นวงกว้าง แต่ตัวคุ่นจะระบาดเฉพาะจุด แต่อาจจะหลายพื้นที่ ยืนยันตัวคุ่นไม่ได้ทำให้เสียชีวิต ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะในทางการแพทย์มียารักษาได้ ส่วนคนที่มีอาการแพ้ก็ต้องไปหาหมอ เพื่อรักษาตามอาการ ตั้งแต่เนิ่นๆ